Knowledge

แคโรลีน บรอดเฮด (Caroline Broadhead) : ศิลปะเครื่องประดับ โดยแรงขับเคลื่อนอื่น

ถอดความ และเรียบเรียงโดย อ.ดร. สุภาวี ศิรินคราภรณ์

บทนำ
   
    ‘Caroline Broadhead’ คือศิลปินหญิงชาวอังกฤษ วัยแก่กล้าทางปัญญา ผู้สร้างความลุ่มลึกให้แก่งานศิลปะเครื่องประดับ ผลงานของเธอมักจะมีอัตลักษณ์ของเครื่องประดับ ภาพลักษณ์จากเครื่องแต่งกาย และการปฏิสัมพันธ์ ร่วมกับศิลปะการแสดงสด  โดยที่อาศัยแรงขับเคลื่อน จากเรือนร่างของมนุษย์ ด้วยเหตุผลที่ Broadhead มักเน้นย้ำว่า เบื้องหลังการสร้างสรรค์ของเธอกำเนิดมาจากองค์ความรู้ทั้งสาม ซึ่งท้าทายสำนึกในเรื่องความรู้สึกของมนุษย์ที่มีต่อวัตถุอันมีความสัมพันธ์ โดยตรงอย่างใกล้ชิดกับมนุษย์มาหลายพันปี และด้วยความรู้สึกจากสัมผัสในสิ่งที่เราสวมใส่นั้นมีมาแต่โบราณ ผ่านรูปแบบของการสักการะด้วยพิธีกรรมอันแสดงความศรัทธาด้วยดวงจิตอันบริ สุทธ์ ทำให้มนุษย์เกิดการเรียนรู้ พัฒนาและยังคงเป็นพื้นฐานที่พวกเรา หรือในสายตาศิลปินเยี่ยงเธอสนใจจะเชิดชูสุนทรียศาสตร์ทางความเชื่อดังกล่าว ไว้ แม้จักต้องเปลี่ยนรูปแปรค่าตามความเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม


    เมื่อปี พ.ศ. ๑๙๙๘ ข้าพเจ้าได้มีโอกาสเข้ารับฟังการบรรยายอัตชีวประวัติ และผลงานของเธอ ครั้งที่ข้าพเจ้าศึกษาอยู่ ณ. สถาบัน Royal College of Art ประเทศสหราชอาณาจักร อันเป็นสถาบันเดียวกับที่เธอจบการศึกษาด้วยเช่นกัน บทความนี้จึงเป็นบทความแสดงความคิดเห็นร่วม นิยม และถอดความจากการจดบันทึก ศึกษาค้นคว้าประกอบเพิ่มเติม เพื่อให้ได้มาซึ่งความเข้มข้นสมบูรณ์ และเรียบเรียงความแยบยลในผลงานของเธอ ถ่ายทอดสู่ผู้สนใจ ได้ชื่นชมร่วมกัน

มิติทางความคิดเกี่ยวกับธรรมชาติของวัตถุที่เปลี่ยนไป

    สิ่งที่ Broadhead ได้แฝงมาตลอดระยะเวลาการทำงานนั้น เริ่มจากเครื่องประดับไปสู่ภาพลักษณ์ของเครื่องแต่งกาย เสื้อผ้าและศิลปะการแสดงสด ข้าพเจ้าอยากอธิบายให้เห็นความต่อเนื่องที่เป็นพื้นฐานทางธรรมชาติ ของการออกแบบเครื่องประดับมุมเล็กๆมุมหนึ่ง นั่นก็คือวัตถุที่สวมใส่ได้และสามารถแสดงพลังทางผิวสัมผัส แม้ว่าสิ่งที่ Broadhead ทำ จะมีความบิดเบือนไปจากจารีตของภาพศิลปะเครื่องประดับ แต่ก็ยังมีองค์ประกอบที่เกี่ยวเนื่องได้ เพราะเธอมีบริบทในการทำงานร่วมกับความคิดเกี่ยวกับ เครื่องประดับมีธรรมชาติที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ระหว่างที่มันมีการสวมใส่และไม่มีการสวมใส่ ทั้งนี้เธอสามารถตอบสมมุติฐานที่ว่า ร่างกายสัมผัสกับอะไรและอย่างไร หลังจากศึกษาการเปิดพื้นที่ตลอดร่างกาย โดยเธอทดลองปกปิดและสวมบางสิ่งบางอย่างให้กับร่างกาย เพื่อสำรวจว่าอะไรที่จะเปิดเผยได้บ้าง แล้วก็สร้างสรรค์จากจุดนั้นขึ้นมา
    
    งานหลายชิ้นของเธอแสดงออกถึงประสบการณ์อยู่ ๒ สภาวะ สภาวะแรกเป็นสภาวะภายใน นั่นก็คือความรู้สึกจากการสัมผัสขณะสวมใส่ความรู้สึก และการจับต้อง สภาวะที่สองเป็นสภาวะภายนอกหรือระยะ ซึ่งหมายถึงการมองจากด้านนอก สภาวะทั้งสองแสดงจุดเชื่อมโยงกันทางสัมผัสและการมองเห็นด้วยตา และข้าพเจ้าก็ได้เล็งเห็นถึงความเป็นไปได้ที่ทั้งสองเรื่องจะเป็นส่วนหนึ่งของเอกภาพในหนึ่งมนุษย์ หรือแยกออกมาจากมนุษย์ก็ได้ เพราะมันเป็นทั้งตัวหลัก ตัวรองรับ หรือตัวถูกกระทำ เวลานี้เองที่เธอเริ่มแสดงเจตนารมณ์ในผลงานและเกณฑ์ที่ใช้ตัดสินมันมาสร้างประเด็นของการนำเสนอความคิดรวบยอด อันแสดงศรัทธาที่มีต่อการใช้ประโยชน์จากธรรมชาติและหน้าที่ของเครื่องประดับดั้งเดิมของบรรพชน และอัตลักษณ์ของชาติพันธุ์ ตัวอย่างหนึ่งในการย่อยสลายความรู้ที่เธออธิบาย มีดังนี้

‘จากการเดินทางไปอาฟริกาในปลายทศวรรษที่ ๑๙๗๐ ดิฉันประทับใจในเครื่องประดับจากอาฟริกาตะวันออก ทั้งขนาด ความสมบูรณ์ ความโดดเด่น และสี เครื่องประดับนี้ดึงดูดสายตาและมีความสำคัญทางสังคมอย่างชัดเจน มันเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคนที่สวมใส่ในสังคมนั้น...การที่สวมใส่ได้, ขนาด, น้ำหนัก และคุณภาพเป็นเหตุผลในการตัดสินสำหรับทั้งนักออกแบบเครื่องประดับและผู้สวมใส่ แต่ขณะที่ยังฝึกฝนอยู่นั้น เรื่องเหล่านี้กลายเป็นข้อจำกัด ดูเหมือนสังคมเราจะคิดเอาว่าเครื่องประดับต้องสวมสบาย มองไม่ค่อยเห็น และไม่มีนัยยะใดๆ สิ่งของเหล่านี้ เช่น รองเท้าส้นสูงหรือชุดที่สวมไม่สบาย ไม่สมเหตุสมผล ใช้ได้น้อยโอกาส เมื่อดิฉันเห็นเครื่องประดับในอาฟริกากับการใช้งานของมันแล้ว เครื่องประดับของอังกฤษก็ดูจะมีข้อจำกัดและด้อยพลังลง’ (Broadhead ๑๙๙๘)


ชั้นเชิงของสารัตถะเมื่อถูกสวมใส่หรือไม่สวมใส่


เธอกล่าวเปิดด้วยสารัตถะ หนึ่งในผลงานหลากหลายชิ้นว่า

‘ดิฉันสนใจความขัดแย้งระหว่างองค์ประกอบที่อ่อนและแข็ง ดิฉันชอบวงกลมบนร่างกายมาตลอด ตั้งแต่รัศมีที่เปล่งเหนือศีรษะจนถึงฮูล่าฮู้ป ตรงนี้ดิฉันอยากจะรวมเอารูปทรงเรขาคณิต ของวงกลมกับรูปร่างแขนเพื่อเติมเต็มช่องว่างระหว่างกัน การสานช่วยลดขนาดของรูเมื่อมันไม่ได้ถูกสวมใส่ และเพื่อเปลี่ยนขนาดของกำไลให้เข้ากับแขนเสื้อเมื่อถูกสวมใส่ การสานยังช่วยพยุงกำไลไว้ให้แยกออกจากแขน แต่ที่สำคัญก็คือมันดูน่าสนใจเมื่อคุณสวมมันขึ้นมา...ยังมีการทำงานชิ้นนี้สำหรับสวมคอและเอวโดยใช้วงกลมที่ใหญ่ขึ้น ไนลอนที่สานเปลี่ยนสถานะไปเมื่อยาวขึ้น ทำให้ดูนุ่มและเบาขึ้น และขยายออกนอกวงกลมเมื่อไม่ได้สวมใส่ ดิฉันสนใจความแตกต่างระหว่างการสอดเข้าและออกบนโครงสร้างเดียวกันอย่างมาก ด้านหนึ่งให้ความรู้สึกแน่นและช่างพิจารณา ขณะที่อีกด้านให้ความรู้สึกดิบและผ่อนคลายมากกว่า งานหนึ่งชิ้นใช้การสอดเข้าและออกตามที่กำหนด ไนลอนที่ใช้สานออกเกี่ยวพันไปกับหนังตากแห้ง สีไม้ และไนลอนที่สอดเข้าเป็นสีแดงสด’ (เรื่องเดียวกัน ๑๙๙๘)

                                      

                                      

ภาพที่ ๑ ‘กำไลสาน’ (Tufted bracelet), ๑๙๗๙, ไนลอน, ไม้, เงิน  ภาพโดยเดวิด คริปปส์ (David Cripps)

ภาพที่ ๒ ‘ผ้าคลุมหน้า’ (Veil), ๑๙๘๑, ไนลอน ภาพโดย เดวิด วอร์ด (David Ward)