Selected exhibition

โครงการทุนสร้างสรรค์ศิลปกรรมศิลป์ พีระศรี” ประจำปี ๒๕๕๕

ชื่อโครงการ : อนิจจังประดับกาย (An Adorable Impermanence)

" สังขารของฉัน"
" กัลป์ของเรา "
" สภาวะของเธอ"

ความสำคัญและที่มาของปัญหาที่ทำการวิจัย

     มนุษย์มีวัฒนธรรมการใช้ศิลปะเครื่องประดับมาช้านาน วัฒนธรรมดังกล่าวได้ปรากฏหลักฐานทางโบราณคดี
ไม่ว่าจะเป็นยุคก่อนประวัติศาสตร์ของประเทศแถบตะวันตก เช่น อียิปต์ กรีก โรมัน ไปจนถึงยุคสมัยใหม่
หรือแม้แต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ย้อนมาจากยุคทวารวดี ยุคสุโขทัย ล้านนา อยุธยาสืบต่อมา
เป็นมรดกล้ำค่ายังยุครัตนโกสินทร์ ทำให้มนุษย์รุ่นหลังได้ทราบถึงสมบัติทางสุนทรียะของจิตวิญญาณแห่งอารยธรรม
ภูมิปัญญาที่สร้างสรรค์วัตถุอันเป็นสิริมงคลต่อร่างกาย รวมถึงการประดิษฐ์อย่างประณีตด้วยทักษะฝีมือและเทคนิคที่ลึกซึ้ง
ของบรรพชน นับตั้งแต่อดีตเครื่องประดับมีจุดมุ่งหมายเพื่อการบอกเล่าถึงสถานภาพ บารมี หรือฐานันดรนุศักดิ์
จวบถึงปัจจุบันเครื่องประดับก็ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสินค้ารองรับการเติบโต ของโลกระบบทุนนิยม มีลักษณะเป็นวัตถุพาณิชย์
ที่ก่อเกิดกำไรทางการค้า และถูกออกแบบอยู่ภายในกรอบของกลไกการตลาด มนุษย์ต้องการรูปแบบของเครื่องประดับที่ส่อ
แสดงให้เห็นถึงนัยย์ที่หรูหรา ร่ำรวย ประกอบขึ้นจากวัสดุที่ล้ำค่า มีความสวยงามที่เป็นอมตะ รวมถึงประโยชน์การใช้สอย
สวมใส่ที่คุ้มค่าเป็นอันมาก แบบแผนและความเชื่อดังกล่าวเป็นวิธีคิดของมนุษย์ที่คาดหวังต่อเครื่องประดับ หนึ่งชิ้นที่มากมาย
เหลือเกินเมื่อเปรียบเทียบกับการจับจ่ายมาด้วยจำนวนเงิน เพียงหยิบมือ และหากเครื่องประดับชิ้นนั้นไม่สามารถตอบสนอง
ความคาดหวังข้างต้นได้เล่า มนุษย์จักยังคงต้องการเครื่องประดับชิ้นนั้นอยู่หรือไม่

โครงการสร้าง สรรค์ศิลปะเครื่องประดับร่วมสมัยชุดนี้ต้องการนำเสนอสุนทรียภาพที่ธรรมดาของ เครื่องประดับเป็นการสะท้อนภาพ
การออกแบบที่สมบูรณ์อันมีลักษณะนามธรรม แสดงกระบวนการสร้างสรรค์ที่บ่งบอกถึงเวลาและความเป็นจริงของวัสดุเพื่อให้
รูปลักษณ์ของผลงานแสดงออกอย่างไม่ปกปิด โครงการชุดนี้มุ่งเน้น

“การเปิดเผยเนื้อหาด้วยวัสดุ เป็นประเด็นแรกเพื่อชี้ให้เห็นถึงความเป็นธรรมดาคือความงาม และมีเนื้อหา
เรื่องสังขารที่มีเวลาเป็นประเด็นสนับสนุน”
กล่าวคือวัสดุจักเป็นสิ่งแสดงออกถึงธรรมชาติของสรรพสิ่ง มีชีวิตและเรื่องราว
ที่ดำเนินหรือเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ส่วนเวลามีหน้าที่เสริมสร้างให้เห็นถึงวัฏฏะที่เคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลง และต่อเนื่อง กระทั่งรูปลักษณ์นั้นเปื่อยยุ่ย ผุพัง ฉีกขาด ไม่อาจบังคับให้ดำรงชีวิตอยู่อย่างยั่งยืนตลอดไป และไม่สามารถบังคับจิตใจให้เป็นไปตาม
ปรารถนา นอกเหนือจากเรื่องเนื้อหาของผลงานดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น “รูปลักษณ์ที่แสดงกระบวนการ สำรวจ ทดลอง
ค้นหาความเป็นไปได้ที่หลากหลาย และสร้างสรรค์อย่างเข้าใจธรรมชาติของวัสดุ” เอื้อให้ผู้สัมผัสได้รับรู้ประสบการณ์
ทางสุนทรียะผ่านรูปแบบของโครงสร้าง การยึดโยง ที่ก่อให้เกิดความรู้สึกที่มั่นคงและตั้งอยู่ได้ สภาพภายนอกเร่งเร้าให้ผู้สัมผัส
เกิดการเพ่งพินิจพิจารณาถึงสภาพยุ่งยากที่ แสนจะเป็นระเบียบ พร้อมคลี่คลายความเป็นระเบียบนั้นให้เรียบง่าย
และตัดทอนให้ปรากฏเพียงความน้อยที่ยังคงดำรงรายละเอียดและความประณีตของ ทักษะฝีมือของการขึ้นรูปเครื่องประดับ

" สังขารของฉัน"



 

สุนทรียภาพที่สมบูรณ์ของเครื่องประดับร่วมสมัยชุดนี้อยู่ตรงที่มนุษย์ได้สวม ใส่ศิลปะแห่งชีวิต ที่มีไตรลักษณ์เป็นลักษณะ
ของความงามสามประการ หมายถึงสามัญลักษณะซึ่งเป็นกฎธรรมดาของสรรพสิ่งทั้งปวงอันได้แก่ อนิจจลักษณะคือความไม่เที่ยง
ทุกสิ่งในโลกย่อมมีการแปรเปลี่ยนไปเป็นธรรมดา ทุกขลักษณะ คือความเป็นทุกข์ มีความบีบคั้นด้วยอำนาจของธรรมชาติ
ทำให้ทุกสิ่งไม่สามารถทนอยู่ในสภาพเดิม ได้ตลอดไป และอนัตตลักษณะคือ ความที่ทุกสิ่งไม่สามารถบังคับบัญชาให้เป็นไป
ตามต้องการได้ เป็นต้น ดังนั้นวิธีการใช้สวมใส่ที่แฝงกุศโลบาย สามารถฝึกฝนกระบวนทัศน์รวมถึงจิตใจ

ดังนั้น ผลงานเครื่องประดับจักเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต มีความงดงามที่แท้จริงบ่งบอกนัยย์ “เรื่องปัญญาแห่งการสร้างสรรค์”
สร้างเสริมความเข้าใจความจริงที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ไม่มีสิ่งใดเป็นของเราและไม่มีสิ่งใดคงทนถาวร

โครงการสร้างสรรค์ชุดนี้ต้องการแสดงออกอย่างเป็นการประจักษ์ถึงการวิเคราะห์ องค์ความรู้ แนวความคิดสร้างสรรค์ องค์ประกอบศิลป์ รวมถึงสุนทรียศาสตร์ เฉพาะอย่างยิ่ง ปรัชญาพุทธศาสนาต่อสังคมไทยยุคหลังสมัยใหม่ เพื่อสร้างความเข้าใจแก่นักศึกษา นักออกแบบไทย หรือศิลปินเครื่องประดับไทยที่ต้องการสร้างสรรค์รูปแบบที่หลากหลาย เนื้อหา หรือวัสดุแบบใหม่ๆในปัจจุบันที่ส่อแสดงคุณค่าความคิดอ่านที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งอาจจะหมายถึงคุณค่าความรู้สึกทางจิตใจที่กำลังจะลดลงจากเดิม แม้การพัฒนาทางรูปแบบของเครื่องประดับสมัยใหม่ในประเทศไทย เฉพาะอย่างยิ่งศิลปินหรือนักออกแบบร่วมสมัยมักจะแสดงความรู้ในการสร้างสรรค์ ที่ได้รับอิทธิพลจากประเทศทางตะวันตกเป็นอันมาก อาจจะเนื่องจากแบบแผนทางการศึกษา การแสวงหาอาณานิคม รสนิยมทางความงาม ต่างๆเหล่านี้นับเป็นการถ่ายเททางวัฒนธรรมแบบโลกาภิวัฒน์ของสังคมปัจจุบัน ที่สร้างกระแสค่านิยมแบบมวลชน อันเป็นการทำลายลักษณะเฉพาะตนอย่างยากที่จะหลีกเลี่ยง อย่างไรก็ตามย่อมปฏิเสธไม่ได้ถึงแนวความคิด และกระบวนการแสดงออกของศิลปินของแต่ละชนชาติที่ต้องแสดงลักษณะอันเป็น เอกลักษณ์ ทั้งนี้ก็เพื่อคุณค่าทางสติปัญญา เนื้อหาทางด้านจิตใจ อันเป็นลักษณะของมนุษย์ที่เป็นผู้สร้างสรรค์งานศิลปะ

" กัลป์ของเรา "

" สภาวะของเธอ"


สาขาวิชาที่ทำการวิจัย : สาขาปรัชญา กลุ่มวิชาศิลปกรรม แขนงวิชาสุนทรียศาสตร์การออกแบบเครื่องประดับ

เวลาที่ใช้ในโครงการวิจัย  : 1 ปี

  • ·1·